หน้าหลัก / บทความ / legal
legal 2026.04.19 อ่าน 12 นาที

มีผล 1 เมษายน: ธปท. กำหนดการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง — ผลกระทบต่อธุรกิจญี่ปุ่นในไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำหนดให้การถอนเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวันเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 บทความนี้อธิบายข้อกำหนด EDD กับดักการแบ่งธุรกรรม และขั้นตอนปฏิบัติสำหรับบริษัทญี่ปุ่นที่มีธุรกรรมเงินสดจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีผลบังคับ กำหนดให้ การถอนเงินสดและการขึ้นเงินเช็คที่ไม่ขีดคร่อม (uncrossed cheque) จำนวน 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน ที่สาขาธนาคารพาณิชย์ เป็น “ธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง” ส่งผลให้ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม (Enhanced Due Diligence - EDD) โดยต้องอธิบายแหล่งที่มาของเงินและวัตถุประสงค์พร้อมเอกสารประกอบ หากไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผล ธนาคารต้องปฏิเสธธุรกรรมและรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

แม้สื่อทั่วไปมักนำเสนอเรื่องนี้ว่าเกี่ยวกับ “คนรวย” แต่ 5 ล้านบาทเป็นจำนวนเงินที่บริษัทญี่ปุ่นที่มีธุรกรรมเงินสดจำนวนมาก — ก่อสร้าง ค้าปลีก อาหาร ค้าส่ง โลจิสติกส์ — สามารถถึงได้ในวันจ่ายเงินสูงสุด ความเข้าใจว่า “แบ่งธุรกรรมแล้วจะหลีกเลี่ยงได้” เป็นความเข้าใจผิดที่สร้างความเสี่ยงด้าน AML ต่างหาก


กฎระเบียบ — อะไร เมื่อไหร่ และขอบเขตแค่ไหน

ภาพรวม

ธปท. เผยแพร่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 19 มีนาคม 2569 มีผลบังคับวันที่ 1 เมษายน 2569 ตามรายงานของ Bangkok Post และ Nation Thailand กรอบกฎระเบียบมีดังนี้

ธุรกรรมที่อยู่ในขอบเขตและไม่อยู่ในขอบเขต

ประเภทชนิดธุรกรรมอยู่ในขอบเขต?
อยู่ในขอบเขตถอนเงินสดที่สาขาธนาคารใช่
อยู่ในขอบเขตขึ้นเงินเช็คที่ไม่ขีดคร่อม (uncrossed cheque)ใช่
อยู่ในขอบเขตออก/ขึ้นเงินแคชเชียร์เช็คใช่
ไม่อยู่ในขอบเขตโอนเงินดิจิทัล / อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งไม่
ไม่อยู่ในขอบเขตนำฝากเช็คขีดคร่อม (crossed cheque) เข้าบัญชีไม่

เช็คขีดคร่อมไม่อยู่ในขอบเขตเพราะสามารถนำฝากเข้าบัญชีผู้รับเท่านั้น ทำให้ติดตามการไหลของเงินได้

วิธีคำนวณเกณฑ์

เกณฑ์คือ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน คำนวณเป็น ยอมรวมรายวัน ไม่ใช่ต่อรายการ หากถอน 3 ล้านบาทตอนเช้าและ 2 ล้านบาทตอนบ่าย ยอดรวม 5 ล้านบาทจะเข้าเกณฑ์ การออกแบบนี้มีเจตนาทำให้การแบ่งธุรกรรมไม่มีผล


ข้อกำหนดการตรวจสอบเพิ่มเติม (EDD)

การยืนยันตัวตนสำหรับธุรกรรมเงินสดทุกรายการ

ตามรายงานของ Nation Thailand การยืนยันตัวตนจำเป็นสำหรับธุรกรรมเงินสดทุกรายการที่สาขาธนาคาร ไม่ว่าจำนวนเงินเท่าใด: บัตรประชาชน/พาสปอร์ต ลายเซ็น และข้อมูลติดต่อที่เคาน์เตอร์ PIN, OTP หรือไบโอเมตริกสำหรับช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

ข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับ 5 ล้านบาทขึ้นไป

เมื่อธุรกรรมเงินสดรายวันถึง 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม:

  1. แหล่งที่มาของเงิน (source of funds) — เงินมาจากไหน
  2. วัตถุประสงค์ของธุรกรรม (purpose) — ทำไมต้องถอนเป็นเงินสด
  3. ข้อมูลล่าสุด เกี่ยวกับกิจกรรมธุรกิจ อาชีพ และผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (beneficial owner)
  4. เอกสารประกอบ — สัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งซื้อ หลักฐานการจ่ายเงินเดือน ฯลฯ

ผลที่ตามมาหากอธิบายไม่ได้

หากธนาคารไม่ได้รับคำอธิบายที่สมเหตุสมผลและลูกค้าไม่สามารถยื่นเอกสารประกอบ:

  • ธนาคาร ต้องปฏิเสธธุรกรรม
  • ธนาคาร ต้องยื่นรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (STR) ต่อ ปปง.
  • เงิน อาจถูกระงับชั่วคราว ระหว่างรอคำสั่งจาก ปปง.

ตามรายงานของ Nation Thailand (1 เมษายน 2569) ธปท. ชี้แจงว่าการปฏิเสธธุรกรรมไม่ได้ทำให้บัญชีถูกอายัด และหากมีเหตุผลอันสมควร ธนาคารอาจจำกัดจำนวนเงินถอนหรือแนะนำวิธีชำระเงินที่ตรวจสอบได้ (เช่น โอนเงิน)


“แบ่งธุรกรรมแล้วจะหลีกเลี่ยงได้” เป็นความเข้าใจผิด

บางท่านอาจสงสัยว่า “ถอนวันละ 4.99 ล้านบาทหลายวันจะหลีกเลี่ยงได้ไหม?” คำตอบคือ — นี่เป็นผลเสียมากกว่า

ภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 การแบ่งธุรกรรมโดยเจตนา (structuring / smurfing) เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์ตามกฎระเบียบ ถือเป็นธุรกรรมที่น่าสงสัยในตัวเอง ธนาคารมีหน้าที่ตรวจสอบรูปแบบธุรกรรมที่ผิดปกติ และการถอนเงินสดซ้ำๆ ใกล้เกณฑ์จะถูกรายงานเป็น STR

เปรียบเทียบกับญี่ปุ่น: กฎหมายป้องกันการโอนรายได้จากอาชญากรรม (犯罪収益移転防止法) ของญี่ปุ่นก็ถือว่าการแบ่งธุรกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการยืนยันตัวตนเป็นธุรกรรมที่น่าสงสัยที่ต้องรายงานเช่นกัน นี่ไม่ใช่กฎระเบียบเฉพาะของไทย แต่เป็นมาตรฐานสากลตาม FATF


เปรียบเทียบกับกฎหมายญี่ปุ่น

รายการไทย (ประกาศ ธปท.)ญี่ปุ่น (犯収法)
เกณฑ์5 ล้านบาท/วัน (ประมาณ 21.5 ล้านเยน)2 ล้านเยนขึ้นไปต่อรายการเงินสด
หน่วยคำนวณยอดรวมรายวันต่อรายการ
ขอบเขตถอนเงินสด + เช็คไม่ขีดคร่อมการรับจ่ายเงินสด
EDDแหล่งเงิน วัตถุประสงค์ ผู้รับผลประโยชน์ เอกสารการจัดการลูกค้าอย่างเข้มงวด (มาตรา 4 วรรค 2)
เช็คเช็คไม่ขีดคร่อมอยู่ในขอบเขตอย่างชัดเจนการใช้เช็คลดลงมาก

ประเด็นเฉพาะของไทย: เช็คที่ไม่ขีดคร่อม (uncrossed cheque) อยู่ในขอบเขตอย่างชัดเจน ขณะที่ในญี่ปุ่นการใช้เช็คลดลงอย่างมากเนื่องจากการเปลี่ยนเป็นดิจิทัล แต่ธุรกิจไทยยังใช้เช็คสำหรับการชำระเงินระหว่างธุรกิจและเงินเดือนอย่างแพร่หลาย ชาวญี่ปุ่นที่ไม่คุ้นเคยกับวิธีการใช้เช็คแบบไทยอาจพบว่าธุรกรรมถูกระงับโดยไม่คาดคิด


สถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดในทางปฏิบัติและแนวทางรับมือ

1. การจ่ายค่าจ้างแรงงานหน้างานก่อสร้าง

โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มักจ่ายค่าจ้างแรงงานรายวันเป็นเงินสด การถอนเกิน 5 ล้านบาทในวันจ่ายเงินจะต้องมีเอกสารและคำอธิบายแหล่งเงินเพิ่มเติม

แนวทาง: พิจารณาเปลี่ยนเป็นโอนเงินเข้าบัญชีหรือระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบเติมเงิน

2. การจัดการเงินสดรายรับร้านค้าปลีก

การนำฝากเงินสดจากยอมขายที่ธนาคารไม่ใช่เป้าหมายหลักของกฎระเบียบนี้ (เน้นที่ การถอน) แต่หากนำฝากแล้วถอนเป็นเงินสด จะเข้าเกณฑ์

3. การจ่ายเงินสดค่าสินค้า

การถอนเงินสดจำนวนมากเพื่อจ่ายค่าสินค้าอาจถูกขอเอกสาร — สัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งซื้อ

แนวทาง: จัดระบบเอกสาร เปลี่ยนเป็นโอนเงินเท่าที่เป็นไปได้ ดู เงื่อนไขการชำระเงินในสัญญาซื้อขาย

4. ผู้บริหารญี่ปุ่นถอนจากบัญชีส่วนตัว→เบิกคืนบริษัท

ชาวญี่ปุ่นที่ถอนเงินจำนวนมากจากบัญชีส่วนตัวเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายบริษัทแล้วเบิกคืนภายหลัง จะอยู่ภายใต้กฎระเบียบนี้ในฐานะบุคคล ต้องอธิบายแหล่งเงินและวัตถุประสงค์ด้วยตนเอง ดู การใช้บัญชีส่วนตัวในไทย

แนวทาง: เปลี่ยนเป็นจ่ายจากบัญชีบริษัทโดยตรง หากยังใช้เงินทดรองส่วนตัว ต้องมีระบบเอกสารเบิกคืนที่รัดกุม

5. รับเงินโอนจากญี่ปุ่น + ถอนเป็นเงินสด

การรับเงินโอน จากญี่ปุ่นเป็นโอนดิจิทัล ไม่อยู่ในขอบเขต แต่ การเปลี่ยนเป็นเงินสด ที่สาขาธนาคารไทยจะเข้าเกณฑ์

แนวทาง: ชำระเงินในประเทศผ่านการโอนและช่องทางดิจิทัลให้มากที่สุด ลดการแปลงเป็นเงินสด


พัฒนาการกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ข้อจำกัดสำหรับร้านแลกเปลี่ยนเงิน

เป็นมาตรการแยกต่างหากแต่พร้อมกัน ธปท. ได้กำหนดเพดานการแลกเปลี่ยนเงินสดรายวันสำหรับร้านแลกเปลี่ยนเงิน ตามรายงานของ Bangkok Post และ newsclip:

  • พื้นที่ปกติ: 800,000 บาทต่อคนต่อวัน
  • พื้นที่ชายแดน (เมียนมา กัมพูชา ลาว): 200,000 บาทต่อคนต่อวัน

ภาพรวม AML ของไทย

ประกาศ ธปท. นี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ AML หลายด้านตั้งแต่ปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ครอบคลุมการป้องกันฟอกเงิน การตัดเส้นทางแปลงรายได้จากอาชญากรรมดิจิทัล (คอลเซ็นเตอร์หลอกลวง) ปัญหา “ทุนสีเทา” ในพื้นที่ชายแดน และการเตรียมพร้อมสำหรับการประเมินร่วมของ FATF


5 รายการที่บริษัทญี่ปุ่นควรตรวจสอบทันที

  1. รู้ปริมาณธุรกรรมเงินสดของบริษัท — ดูยอดวันที่จ่ายเงินสูงสุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยรายเดือน

  2. ประเมินการเปลี่ยนจากเงินสดเป็นดิจิทัล — การโอนเงินช่วยทั้งด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการตรวจสอบบัญชี

  3. ทบทวนการใช้เช็ค — หากใช้เช็คไม่ขีดคร่อม พิจารณาเปลี่ยนเป็นเช็คขีดคร่อมซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตกฎระเบียบนี้

  4. จัดระเบียบการทดรองเงินส่วนตัวของผู้บริหาร — การถอนจากบัญชีส่วนตัวมีภาระอธิบายส่วนบุคคล เปลี่ยนเป็นจ่ายจากบัญชีบริษัทโดยตรง

  5. เตรียมเอกสารอธิบายแหล่งเงิน — จัดระเบียบสัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งซื้อ หลักฐานเงินเดือน ให้พร้อมยื่นเมื่อธนาคารขอ


สำหรับการปฏิบัติตาม AML ความสัมพันธ์กับธนาคาร และเรื่องกฎระเบียบทางการเงินในไทย เราให้คำปรึกษาครอบคลุมทั้งกฎหมายญี่ปุ่นและกฎหมายไทย ตั้งแต่แนวทางที่เหมาะกับงานบัญชีของบริษัทญี่ปุ่น ไปจนถึงการรับมือกับการปฏิเสธธุรกรรมและรายงาน ปปง. โดยทำงานร่วมกับทนายความชาวไทยของ JTJB International Lawyers อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับระบบกฎหมายของประเทศไทย และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายภายใต้กฎหมายไทย การตีความและการบังคับใช้ประกาศ ธปท. และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอาจเปลี่ยนแปลงได้ สำหรับกรณีเฉพาะ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตทนายความไทย สำนักงานของเราทำงานร่วมกับทนายความไทยของ JTJB International Lawyers

← บทความ
— Get in touch —

เกี่ยวกับเนื้อหาบทความ
โปรดปรึกษาเรา

สำหรับคำปรึกษาเฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อในบทความ กรุณาติดต่อเราผ่านแบบฟอร์ม เราจะตอบกลับภายใน 3 วันทำการ ข้อมูลทุกประการจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

แบบฟอร์มติดต่อ
Responseภายใน 3 วันทำการ
Hoursจ–ศ 9:00–18:00 (เวลากรุงเทพฯ)
Languagesญี่ปุ่น · อังกฤษ · ไทย
Privacyเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด