นี่คือบทความที่ 10 ซึ่งเป็นตอนจบของซีรีส์ “ชีวิตในไทยและกฎหมาย” บทที่แล้วพูดถึงความปลอดภัยอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภค คราวนี้มาถึงเรื่อง “การใช้ชีวิตในไทยกับสัตว์เลี้ยง” สำหรับผู้ที่ต้องการนำสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาไทย หรือกำลังคิดจะเลี้ยงสัตว์ในไทย มาดูขั้นตอนการนำเข้า กฎการเลี้ยง และข้อควรระวังเมื่อกลับญี่ปุ่นกัน
1. นำสัตว์เลี้ยงมาไทย — 5 ขั้นตอน
การนำสุนัขหรือแมวจากญี่ปุ่นมาไทย ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาดูขั้นตอนที่ต้องเตรียมกัน
ขั้นตอนที่ 1: ฝังไมโครชิป
ฝัง ไมโครชิปมาตรฐาน ISO 11784/11785 ให้สัตว์เลี้ยง หมายเลขไมโครชิปจะปรากฏในเอกสารทุกฉบับ จึงต้อง ฝังก่อนฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า
ขั้นตอนที่ 2: ฉีดวัคซีน
| สุนัข | แมว |
|---|---|
| พิษสุนัขบ้า (21 วัน ถึง 1 ปีก่อนออกเดินทาง) | พิษสุนัขบ้า (21 วัน ถึง 1 ปีก่อนออกเดินทาง) |
| โรคไข้หัดสุนัข | โรคลดจำนวนเม็ดเลือดขาว (FVRCP) |
| ตับอักเสบติดเชื้อ | |
| พาร์โวไวรัส | |
| เลปโตสไปโรซิส |
วัคซีนพิษสุนัขบ้าฉีดได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน (84 วัน) ขึ้นไป ต้องฉีดภายใน 21 วัน ถึง 1 ปีก่อนออกเดินทาง จึงต้องวางแผนล่วงหน้า
ขั้นตอนที่ 3: ยื่นขอ Import Permit
ยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าจาก ด่านกักกันสัตว์ (AQS) สังกัดกรมปศุสัตว์ (DLD)
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| อีเมลสมัคร | [email protected] |
| กำหนดเวลา | 7 วันทำการ ถึง 60 วัน ก่อนออกเดินทาง |
| เอกสารที่ต้องใช้ | แบบฟอร์ม R1/1 (แบบฟอร์มทางการ DLD), สำเนาพาสปอร์ตเจ้าของ, ใบรับรองไมโครชิป, บันทึกวัคซีน, ข้อมูลเที่ยวบิน, รูปถ่ายสัตว์เลี้ยง |
| รูปแบบการออก | ส่งเป็น PDF ทางอีเมล |
ขั้นตอนที่ 4: ขอใบรับรองสุขภาพ
7-10 วันก่อนออกเดินทาง ขอ ใบรับรองสุขภาพอย่างเป็นทางการ (ภาษาอังกฤษ) จากหน่วยงานกักกันสัตว์ของญี่ปุ่น (MAFF/AQS) ต้องผ่านการตรวจโดยสัตวแพทย์ของรัฐ
ขั้นตอนที่ 5: ขั้นตอนเมื่อถึงไทย (สนามบินสุวรรณภูมิ)
| ขั้นตอน | รายละเอียด |
|---|---|
| ตรวจที่ AQS | สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยง |
| ออก Import License | ออกใบอนุญาตนำเข้าอย่างเป็นทางการ (แบบ R-7) ค่าธรรมเนียม 500 บาท/ตัว |
| พิธีการศุลกากร | ชำระภาษีที่ช่อง “Goods to Declare” |
| ระยะเวลา | หากเอกสารครบถ้วน ปกติ ปล่อยตัวในวันเดียวกัน |
หากเอกสารไม่ครบหรือสัตว์เลี้ยงมีปัญหาสุขภาพ อาจถูกกักกันสูงสุด 30 วัน เคาน์เตอร์ AQS เปิดให้บริการ วันจันทร์-ศุกร์ 8:30-16:30 หากเดินทางถึงนอกเวลาทำการ สัตว์เลี้ยงจะถูกเก็บรักษาที่สนามบินจนถึงวันทำการถัดไป — ดังนั้นควรวางแผนเวลาเที่ยวบินด้วย
2. สายพันธุ์สุนัขที่ถูกจำกัด
สายพันธุ์ต่อไปนี้ ห้ามนำเข้า ประเทศไทย:
- พิตบูลเทอร์เรีย
- อเมริกันสแตฟฟอร์ดเชียร์เทอร์เรีย
- สแตฟฟอร์ดเชียร์บูลเทอร์เรีย
- ร็อตไวเลอร์
- ฟีลาบราซิเลโร
สายพันธุ์เหล่านี้ห้ามนำเข้า แต่ไม่ได้ห้ามเลี้ยงในประเทศทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เจ้าของต้องจดทะเบียน และต้องใส่สายจูงและที่ครอบปากเมื่อพาออกนอกบ้าน หากคุณเลี้ยงสายพันธุ์เหล่านี้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์กรมปศุสัตว์ก่อนย้ายมาไทย
การขนส่งสุนัขพันธุ์ใหญ่มาไทย โดยทั่วไปต้องใช้ บริการขนส่งสินค้า (cargo) สุนัขพันธุ์เล็กและแมวบางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นห้องโดยสารได้ — ควรตรวจสอบกฎของแต่ละสายการบินล่วงหน้า
3. เลี้ยงสัตว์ในไทย — กฎที่ต้องรู้
พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์
พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ห้ามทารุณกรรมสัตว์และการทอดทิ้ง
| การกระทำผิด | บทลงโทษ |
|---|---|
| ทารุณกรรมสัตว์ | จำคุกสูงสุด 2 ปี และ/หรือ ปรับสูงสุด 40,000 บาท |
| ไม่ดูแลอย่างเหมาะสม (ละเมิดหน้าที่สวัสดิภาพ) | ปรับ 40,000 บาท |
| ทอดทิ้ง | เช่นเดียวกัน |
เจ้าของมีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดหาที่พักอาศัย อาหาร และการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม การทิ้งสัตว์เลี้ยงเพราะเลี้ยงไม่ไหว ถือเป็นความผิดทางอาญา
กฎจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงของ กทม. (มีผล 10 มกราคม 2569)
กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำหนด จำนวนสัตว์เลี้ยงสูงสุดต่อครัวเรือน มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2569
| ประเภทที่พัก | ขนาด | จำนวนสูงสุด |
|---|---|---|
| คอนโดมิเนียม | 20-80 ตร.ม. | 1 ตัว |
| คอนโดมิเนียม | มากกว่า 80 ตร.ม. | 2 ตัว |
| บ้าน (ที่ดิน) | ไม่เกิน 20 ตร.วา (~80 ตร.ม.) | 2 ตัว |
| บ้าน (ที่ดิน) | ไม่เกิน 100 ตร.วา | 4 ตัว |
| บ้าน (ที่ดิน) | มากกว่า 100 ตร.วา | 6 ตัว |
กฎนี้ใช้กับผู้อยู่อาศัยใหม่ — ผู้อยู่อาศัยเดิมไม่ถูกบังคับย้อนหลัง นอกจากนี้ต้องจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง (ภายใน 120 วันหลังเกิด หรือ 30 วันหลังนำสัตว์เข้า กทม.) ข้อบัญญัตินี้ใช้เฉพาะ กทม. เท่านั้น ไม่รวมจังหวัดอื่น
กฎเรื่องสัตว์เลี้ยงในคอนโดมิเนียม
การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดขึ้นอยู่กับ ข้อบังคับนิติบุคคล (bylaws) ของแต่ละคอนโด ไม่ใช่กฎหมาย
- “เลี้ยงสัตว์ได้” หรือ “ห้ามเลี้ยง” แตกต่างกันไปตามอาคาร
- แม้ “เลี้ยงได้” ก็มักมี ข้อจำกัดน้ำหนัก (เช่น ไม่เกิน 5 กก.)
- ตรวจสอบกับ สำนักงานนิติบุคคล ก่อนเซ็นสัญญาเช่าเสมอ
- หากเลี้ยงในคอนโดที่ห้ามเลี้ยง อาจถูก ขอให้ย้ายออก
ควรระบุ “เลี้ยงสัตว์ได้” เป็นเงื่อนไขตั้งแต่ขั้นตอนหาห้อง
วัคซีนพิษสุนัขบ้า
โรคพิษสุนัขบ้ายังคงเป็นความเสี่ยงในไทย แนะนำให้ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าปีละ 1 ครั้ง สำหรับสัตว์เลี้ยงทุกตัว โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก
กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และเมืองใหญ่อื่นๆ มีคลินิกสัตวแพทย์คุณภาพสูงหลายแห่ง หลายแห่งมีพนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ ค่าตรวจทั่วไปประมาณ 400-1,500 บาท
4. กลับญี่ปุ่น — กับดักใหญ่คือ “กฎ 180 วัน”
สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดเมื่อกลับญี่ปุ่นพร้อมสัตว์เลี้ยง คือ กฎกักกันของญี่ปุ่น ซึ่งเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของไทยมาก
ขั้นตอนนำสัตว์เลี้ยงกลับญี่ปุ่น
| ขั้นตอน | รายละเอียด |
|---|---|
| ① ไมโครชิป | ต้องฝังไมโครชิปมาตรฐาน ISO |
| ② วัคซีนพิษสุนัขบ้า | ฉีดอย่างน้อย 2 ครั้ง ภายในระยะเวลาที่มีผล |
| ③ ตรวจแอนติบอดี | ที่ห้องปฏิบัติการที่กำหนด ต้องได้ ≥ 0.5 IU/ml |
| ④ รอ 180 วัน | ต้องผ่าน 180 วันนับจากวันเจาะเลือด จึงเข้าญี่ปุ่นได้ |
| ⑤ ใบรับรองส่งออกจากไทย | ใบรับรองตรวจสอบส่งออกจากสัตวแพทย์ของรัฐไทย |
| ⑥ แจ้งล่วงหน้า | แจ้งด่านกักกันสัตว์ญี่ปุ่นอย่างน้อย 40 วันก่อนเดินทางถึง |
ทำไมต้องเริ่มทันทีหลังมาถึงไทย
เพราะกฎ 180 วัน หากเริ่มเตรียมตัวก่อนกลับไม่นาน จะไม่ทัน เช่น หากมาประจำการ 1 ปี การตรวจแอนติบอดีให้เสร็จไวๆ หลังมาถึงไทย จะทำให้ระยะเวลารอครบก่อนกลับ แต่ถ้ารอจนเหลือ 6 เดือนก่อนกลับค่อยเริ่ม อาจไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าญี่ปุ่นได้ทันเวลา
หากมีแผนกลับญี่ปุ่น ควรเริ่มเตรียมตัวทันทีที่มาถึงไทย รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ด่านกักกันสัตว์ (https://www.maff.go.jp/aqs/)
5. ระวังสุนัขจรจัด — ถูกกัดต้องไปโรงพยาบาลทันที
ไทยมีสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณวัด ตลาด และย่านที่อยู่อาศัย หน่วยงานท้องถิ่นและ NGO ดำเนินโปรแกรม TNR (Trap-Neuter-Return) แต่ยังไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด
ไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้า ควรระวังสิ่งต่อไปนี้:
- อย่าเข้าใกล้หรือสัมผัสสุนัขและแมวจรจัด
- หากถูกกัด ไปโรงพยาบาลทันที เพื่อรับวัคซีนป้องกันหลังสัมผัสโรค (PEP)
- หากสัตว์เลี้ยงถูกสัตว์จรจัดกัด ติดต่อสัตวแพทย์ทันที
- สอนเด็กๆ ไม่ให้เข้าใกล้สุนัขที่ไม่รู้จัก
6. สรุป — 3 จุดสำคัญเพื่อใช้ชีวิตกับสัตว์เลี้ยงอย่างอุ่นใจ
| จุดสำคัญ | รายละเอียด |
|---|---|
| ① เริ่มเตรียมนำเข้า 1 เดือนก่อนเดินทาง | ไมโครชิป → วัคซีน → Import Permit → ใบรับรองสุขภาพ ตามลำดับ |
| ② ตรวจสอบกฎคอนโดและวัคซีนพิษสุนัขบ้าเสมอ | แม้เลี้ยงได้ก็อาจจำกัดน้ำหนัก ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าปีละครั้ง |
| ③ หากจะกลับญี่ปุ่น ตรวจแอนติบอดีทันที | กฎรอ 180 วัน ทำให้ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ |
ขอบคุณที่อ่านซีรีส์ “ชีวิตในไทยและกฎหมาย” ครบทั้ง 10 ตอน ตั้งแต่ภาษีนำเข้าจากช้อปปิ้งออนไลน์ วีซ่า อสังหาริมทรัพย์ ภาษี ใบขับขี่ การแพทย์ การศึกษา ธนาคาร ความปลอดภัยอาหาร จนถึงสัตว์เลี้ยง — เราครอบคลุมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นในไทยอย่างกว้างขวาง กฎหมายไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ เราจะยังคงนำเสนอข้อมูลกฎหมายที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในไทยต่อไป
บทความที่เกี่ยวข้อง — ซีรีส์ “ชีวิตในไทยและกฎหมาย” ครบ 10 ตอน
- ตอนที่ 1: ภาษีนำเข้าช้อปปิ้งออนไลน์ — เก็บภาษีทุกรายการแล้ว
- ตอนที่ 2: วีซ่า ใบอนุญาตทำงาน และรายงานตัว 90 วัน
- ตอนที่ 3: ชาวต่างชาติซื้อหรือเช่าบ้านในไทยได้ไหม?
- ตอนที่ 4: ต้องยื่นภาษีในไทยด้วยหรือ?
- ตอนที่ 5: ต้องมีอะไรบ้างถึงจะขับรถในไทยได้?
- ตอนที่ 6: ป่วยในไทยทำอย่างไร?
- ตอนที่ 7: เลือกโรงเรียนให้ลูกอย่างไร?
- ตอนที่ 8: วิธีเปิดบัญชีธนาคารในไทย
- ตอนที่ 9: อาหารในไทยปลอดภัยไหม?
- ตอนที่ 10: พาสัตว์เลี้ยงมาไทย (บทความนี้)
บทความนี้สรุปข้อมูลทั่วไป ณ เดือนเมษายน 2569 ขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออกสัตว์เลี้ยงอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมปศุสัตว์ (DLD) ด่านกักกันสัตว์ญี่ปุ่น และสายการบินของคุณ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับระบบกฎหมายของประเทศไทย และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายภายใต้กฎหมายไทย สำหรับกรณีเฉพาะ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตทนายความไทย สำนักงานของเราทำงานร่วมกับทนายความไทยของ JTJB International Lawyers