เกี่ยวกับซีรีส์นี้ การทำธุรกิจในไทยมักพบสถานการณ์ที่ “ไม่น่าจะเกิดขึ้นในญี่ปุ่น” ซีรีส์นี้นำเสนอรูปแบบปัญหาทางกฎหมายที่พบบ่อยในบริษัท SME ญี่ปุ่น เขียนในรูปแบบคอลัมน์ที่อ่านง่าย
ใบแจ้งหนี้ค้างชำระมา 90 วันแล้ว โทรหาก็ไม่รับ ส่งอีเมลก็ไม่มีคำตอบ บริษัทไทยที่ซื้อสินค้าด้วยกันมาสองปีได้ค่อยๆ… หายตัวไป แล้วเงินที่คุณต้องได้รับจะเป็นอย่างไร?
”ไม่น่าจะเป็นคู่ค้าของเรา”
ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยาวนานกับคู่ค้าไทยมักสร้างความไว้วางใจ “เขาเชื่อถือได้เสมอ” “ฉันรู้จักเจ้าของเป็นการส่วนตัว” ความคุ้นเคยนี้อาจทำให้การบริหารสินเชื่อหละหลวมกว่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมธุรกิจในไทยมักมีความโปร่งใสทางการเงินน้อยกว่าที่บริษัทญี่ปุ่นคุ้นเคย และการที่คู่ค้ารายเล็กล้มละลายอย่างกะทันหันเป็นสถานการณ์ที่ควรเตรียมรับมือ
การติดตามหนี้ในไทย — ความเป็นจริง
มีกระบวนการทางกฎหมาย
ไทยมีกระบวนการฟ้องร้องทางแพ่งและการบังคับคดี รวมถึงการอายัดทรัพย์และการขายทอดตลาด สำหรับหนี้ที่ไม่มีข้อพิพาท บางกรณีสามารถได้รับคำพิพากษาค่อนข้างรวดเร็ว
การได้คำพิพากษากับการได้เงินจริงเป็นคนละเรื่อง
หากคู่ค้าไม่มีทรัพย์สินที่อายัดได้ คำพิพากษาอาจกลายเป็นแค่กระดาษ บริษัทที่จดทะเบียนในไทยอาจดำรงอยู่เพียงในกระดาษ ซ่อนทรัพย์สิน หรืออยู่ระหว่างการปิดกิจการอย่างไม่เป็นทางการ ก่อนดำเนินคดี ควรเปรียบเทียบต้นทุนการติดตาม (ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียม เวลา) กับโอกาสในการได้เงินคืนอย่างชัดเจน
ลดความเสี่ยงก่อนเกิดปัญหา
① กำหนดและปฏิบัติตามวงเงินสินเชื่อ
แม้กับคู่ค้าที่ไว้วางใจ ควรพิจารณากำหนดเพดานยอดค้างชำระ กฎง่ายๆ เช่น “เมื่อยอดค้างถึงจำนวนนี้ ให้ยืนยันการชำระก่อนส่งของครั้งต่อไป” และปฏิบัติตามจริง
② ใช้สัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
หากทำธุรกรรมด้วยวาจาหรือใบสั่งซื้อเท่านั้น การพิสูจน์การมีอยู่ของหนี้ในกระบวนการติดตามอาจยากมาก สัญญาหลักที่ระบุจำนวนเงิน วันชำระ และวิธีการชำระควรมีไว้
③ พิจารณาการชำระล่วงหน้าหรือเงินมัดจำ
สำหรับคู่ค้าใหม่หรือกรณีที่ไม่แน่ใจในความน่าเชื่อถือ การขอชำระบางส่วนล่วงหน้าหรือเงินมัดจำเป็นทางเลือกที่ใช้ได้
④ ตรวจสอบข้อมูลคู่ค้าเป็นระยะ
ฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน และกรรมการบริษัทได้ การตรวจสอบเป็นประจำอาจช่วยพบสัญญาณเตือนล่วงหน้า
ตอนต่อไป: ปัญหาที่มองเห็นได้ยากที่สุดจากภายนอก — การทุจริตและการยักยอกภายในองค์กร
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับระบบกฎหมายของประเทศไทย และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายภายใต้กฎหมายไทย สำหรับกรณีเฉพาะ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตทนายความไทย สำนักงานของเราทำงานร่วมกับทนายความไทยของ JTJB International Lawyers